10 ความเชื่อผิดๆ ที่คนคิดเกี่ยวกับศาสตร์ของ foodstylist ศาสตร์ที่ใครก็เป็นทำได้ ?

 

 

ก่อนอื่นคงต้องบอกว่า ผมไม่ได้เป็นหนึ่งใน foodstylist คนดังที่มีผลงาน โดยเป็นเพียงคนที่เฝ้ามองและเห็นความเป็นไปของอาชีพนี้มาพอสมควร การได้เห็นความเฟื่องฟูของอาชีพนี้ และศาสตร์วิชานี้นั้นทำให้จิตใจพองโตยิ่งนักแต่ทว่า ก็ยังเห็นบางมุมที่รู้สึกว่า คนยังเข้าใจผิดเกี่ยวกับ “ฟู้ดสไตลิสท์” อยู่

….ลองมาดูกันว่าคุณเห็นตรงกันไหม

 

 

1 ฟู้ดสไตลิสท์ แค่การขยับๆ โรยๆ โปรยๆ

ข้อนี้ถือเป็นความฮอตฮิตแห่งการเข้าใจผิด ฟู้ดสไตลิสท์ยุคแรกที่ทำงานจนถึงวันนี้ผสมผสานหลายศาสตร์เข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น การทำอาหาร ศิลปะ การถ่ายภาพ หรือรวมไปถึงนักออกแบบฉาก (ในวงการทีวี) ดังนั้นแล้ว ฟู้ดสไตลิสท์แบบครบถ้วนกระบวนความ คือการทำงาน ตั้งแต่การประสานงานกับเชฟ ออกแบบเมนูร่วมกัน ออกแบบหน้าตา เลือกภาชนะ พร็อพตกแต่งที่ส่งเสริมสื่อสาร สร้างอารมณ์ และความเย้ายวนของอาหารจานนั้น เหนือสิ่งอื่นใด คือ ทุกองค์ประกอบที่ผสมสานออกมา ให้ความสุนทรียภาพ และคงไว้ซึ่งรสชาติและคุณค่าของอาหารไว้

screen-shot-2559-12-02-at-10-14-02(https://www.facebook.com/Duangrithi)

 

screen-shot-2559-12-02-at-10-01-10

(www.lindalomelino.se)

2.พร็อพ อะไรก็ได้ ใส่ๆ ไปเถอะ

มีความผิดเพี้ยนไปของความเข้าใจเยอะมาก ในช่วงหลังๆ ที่อาชีพนี้มีกันเกร่อไปหมด หลังๆ มีการเอานั่นนี่มาวางประดับประดากันจนหลังๆ ดูเยอะเสียจนลืมมองอาหารไปเลย ความจริงแท้ที่ต้องไม่ลืมเลย ไม่ว่าการเลือกภาชนะ การตกแต่ง หรือการใช้พร็อพ “พระเอกคืออาหาร” และหากจะให้สวยงามลึกซึ้ง ทุกอย่างควรเคลื่อนคล้อยไปอย่างเป็นเหตุเป็นผล สัมพันธ์กัน และมีความงามด้วยหลักศิลปะ ทุกครั้งที่ผมบรรยายหรือสอนเรื่องนี้ ผมมักจะให้เด็ก หรือผู้มาฟังบรรยาย ถามตัวเองเวลาเลือกพร๊อพว่า

 

  • เสริมเรื่องราว เล่าเรื่องราวของเมนู
  • เสริมคุณค่า ทำให้อาหารดูเลอค่า
  • เสริมสุนทรียภาพ น่าตื่นตาตื่นใจ น่ารับประทาน

 

screen-shot-2559-12-02-at-09-54-54

(https://www.instagram.com/thekitchenmccabe)

 

 

ศิลปะไม่มีสิ่งที่ถูกผิด ผมยังยืนยันความเชื่อนี้ แต่หากมองหาความสวยงามและทำให้ศาสตร์ของการตกแต่งอาหารดูมีหลักการมากขึ้น พร็อพที่จะใช้ย่อมต้องมีที่มาที่ไป และช่วยเสริมให้อาหารเด่นเป็นสง่า เหมือนนางแบบที่เดินในชุดฟินาเล่ คนก็สวย ชุดก็สวยไปด้วยกัน

 

3.ฟู้ดสไตลิสท์ คนทำอาหารให้สวยแต่รูปจูบไม่หอม (กินไม่ได้)

 

screen-shot-2559-12-02-at-17-00-10(www.instagram.com/whatforbreakfast)

ความจริง เรื่องราวความเป็นมาของฟู้ดสไตลิสท์ มีมาเกินกว่าสิบปี ตั้งแต่ยุคทีวีกำลังบูมในอเมริกา งานโฆษณาอาหารก็ฮอตในทุกๆ สื่อ ดังนั้นวิวัฒนาการเรื่องนี้เดินมาไกล และเริ่มจาก จัดอาหารให้สวยในรายการทีวี ทำอาหารยังให้สวยเมื่อถ่ายภาพ จนทำยังจะให้อาหารสวย และคงสภาพเมื่ออยู่ขั้นตอนการถ่ายทำอันยาวนาน

ดังนั้นอาหารในไทม์ไลน์ฟู้ดสไตลิสท์ มีตั้งความเปลี่ยนไปตามยุคสมัย และจุดประสงค์การใช้งาน

เริ่มจากอาหารสวยกินได้ ในวงการทีวี รายการอาหารที่มีเชฟเป็นผู้ดำเนินรายการ

อาหารสวยด้วยวัสดุทดแทน หรือใกล้เคียง หรือทำเสริมให้สวยงาม ในวงการโฆษณา

อาหารสวยบางส่วนกินได้ บางส่วนยังกินไม่ได้ แน่นอนว่าในยุคนิตยสารและสิ่งพิมพ์รุ่งโรจน์ มีทั้งการจัดอาหารที่คุกกิ้งแบบสมบูรณ์ กับการปรุงในอุณหภูมิที่พอเหมาะ เพื่อให้อาหารออกมายังดูดี และแน่นอนว่ายังกินไม่ได้

อาหารในยุคที่ฟู้ดสไตลิสท์เข้าไปมีส่วนในการทำงานของร้านอาหาร แน่นอนว่ายุคนี้ ฟู้ดสไตลิสท์มีบทบาทเสริมกับเชฟกันอย่างกลมกลืน กลมเกลียว เชฟทำอาหารให้อร่อย ส่วนฟู้ดสไตลิสท์ ทำดูน่ากิน น่าประทับใจ

บทสรุปของฟู้ดสไตลิสท์ในวันนี้จึงทำงานได้หลากหลายประเภท และต้องมีทักษะเสริมมากมายก่ายกอง

 

4.ฟู้ดสไตลิสท์ มีเพียงสายเดียว คือสายงานทีทำให้อาหารสวยงามบนจาน

ข้อนี้ต้องบอกว่า ปัจจุบันอาชีพฟู้ดสไตลิสท์ ผลิดอก แตกยอด ออกผล หลายสาย หลายแขนง และฟู้ดสไตลิสท์ ดังๆ ก็แสดงให้เห็นถึงสไตล์ของตัวเอง มีทั้งแบบ Culinary art จัดสวยๆ ให้อาหารเปล่งความงามในตัวเอง บ้างคนก็มีสไตล์พร็อพสไตลิ่ง เก่งกาจเรื่องการเลือกภาชนะ พร็อพ จัดอาหารออกมาอลังการทรงพลัง บ้างก็เอกอุเรื่องการทำงานศิลปะบนจานแบบ art plating อาหารที่ถูกรังสรรค์มาดูงดงามราวกับภาพเขียนในแกลลอรี่

หากคุณชอบเสพงานศิลปะบนจานอาหาร ลองติดตามพวกเขาเหล่านี้ดูสิ แล้วลองมาวิเคราะห์กันเล่นๆ ดูว่าเขาเป็นนักจัดอาหารสไตล์ไหน

 

Linda Lomelino http://www.lindalomelino.se

ดวงฤทธิ์ แคล้วปลอดทุกข์ https://web.facebook.com/pg/Duangrithi

Marta Greber http://whatshouldieatforbreakfasttoday.com

http://www.cookrepublic.com

https://www.instagram.com/royalebrat/

https://www.instagram.com/paleoglutenfreeeats

http://www.gatherandfeast.com/ebook

https://www.instagram.com/local_milk

http://www.ourfoodstories.com/

https://www.instagram.com/thekitchenmccabe

 

screen-shot-2559-12-02-at-10-03-12

(https://www.instagram.com/_foodstories_)

 

screen-shot-2559-12-02-at-10-07-40

(https://www.instagram.com/whatforbreakfast)

 

 

5.ฟู้ดสไตลิสท์ คือ ศิลปินเดี่ยว

ความจริงคือ ฟู้ดสไตลิสท์ คือศิลปินหนึ่งคนที่ต้องทำงานร่วมกับผู้อื่น เหมือนเครื่องดนตรีหนึ่งชิ้นในแบนด์ใหญ่ (ขึ้นอยู่กับขอบเขตของงาน) แน่นอนว่า ฟู้ดสไตลิสท์ มีทั้งผู้ช่วย ต้องทำงานกับเชฟ สื่อสารร่วมมือกับช่างภาพ ต้องรับฟังรับโจทย์จากเจ้าของธุรกิจ หรือโจทย์จากผู้กำกับ หรือบรรณาธิการ หรือหากจะให้เต็มวงการแบบออเคสตร้าจริงๆ ฟู้ดสไตลิสท์บางทีมแยกหน้าที่กันย่อยไปถึงขนาด ฟู้ดสไตลิสท์ พร็อพสไตลิสท์ เชฟ โปรดิวเซอร์ ครีเอทีฟ ช่างภาพ

สรุปการทำงานของฟู้ดสไตลิสท์ง่ายๆ ด้วยสโลแกนอะไรสักอย่าง คือ

“ไปด้วยกันไปได้ไกล”

 

screen-shot-2559-12-02-at-10-05-10

(https://www.instagram.com/_foodstories_)

 

6.ฟู้ดสไตลิสท์ เป็นผู้วิเศษเสกประสาทงามให้เธอ

จริงๆ แล้วภาพอาหารสวยๆ ดูแล้วดึงดูด ชวนให้ลุกขึ้นไปค้นหาสมบัติในตู้เย็น หรือออกไปหาอะไรที่ดูใกล้เคียงกับในภาพมาเสพสมให้หายจากอาการกระสันอยาก แน่นอนละว่าฟู้ดสไตลิสท์นั้นก็คือแมจิคเชี่ยน คือผู้ที่ทำให้อาหารดูวิเศษ ด้วยมุมมองและการสร้างสรรค์ และประสบการณ์ จากที่มีโอกาสทำงานนิตยการที่เน้นเรื่องการตกแต่งอาหาร ภาพอาหารหนึ่งภาพนั้นมีทีมงานมากมาย แต่คนที่เป็นผู้วิเศษที่ต้องทำงานสอดประสานกันให้แข็งแรงรู้ใจ ก็คือ ฟู้ดสไตลิสท์ และช่างภาพคู่ใจ ผู้ที่ให้ไอเดีย เติมเต็ม ตอบโจทย์ ตอบสิ่งที่อยู่ในใจของฟู้ดสไตลิสท์ ซึ่งช่างภาพอาหารนั้น เก่งๆ ก็มีอยู่ไม่น้อย แต่ก็ไม่มากนัก เพราะต้องอาศัยประสบการณ์ ผ่านการถ่ายอาหาร พูดคุยกับเชฟ รู้จักคาเรคตอร์ของอาหาร และรู้วิถีของการปรุงบ้างพอสมควร ช่างภาพแต่ละคน แต่ละสายย่อมชำนิชำนาญ รู้เคล็ดลับ มุมกล้อง มุมมองกับอาหาร

screen-shot-2559-12-02-at-16-19-43(www.instagram.com/whatforbreakfast)

การถ่ายภาพอาหารนั้นนอกจากช่างภาพต้องรู้ใจฟู้ดสไตลิสท์แล้ว ยังต้องมีไหวพริบหรือเซนส์ในการถ่ายทอดภาพของอาหารในแต่ละประเภทตามคอนเซปต์และโทนด้วย

ตัวอย่างง่ายๆ เลย ช่างภาพอาหารย่อมรู้ดีว่า อาหารแต่ละประเภทมีเวลาให้คุณลงมือโชว์ฝีมือได้แตกต่างกัน แสงแบบไหนที่จะทำให้อาหารดูน่ากินหรือดูน่ากลัว และที่เหนือกว่านั้นคือรู้วิธีคุยกับคนทำงานให้ยอมรับความเห็นซึ่งกันและกัน

 

 

  1. ฟู้ดสไตลิสท์ ไม่ใช่เชฟ

จริงแล้วจะบอกว่าฟู้ดสไตลิสท์จะไม่ใช่เชฟก็ไม่ถูกนัก เพราะจริงหลายคนที่ทำอาชีพที่หลากหลาย แตกต่างกันไปโดยพื้นฐานสำคัญที่มีเหมือนๆ กันก็คือ รักและมีความสนใจในการทำอาหาร และมีทักษะด้านศิลปะ บ้างเรียนอาหาร บ้างเรียนศิลปะ บ้างเรียนออกแบบ ไม่ว่าจะทำอาหารเป็นมากน้อยต่างกันอย่างไร สุดท้ายแล้ว ทุกคนล้วนต้องฝึกฝนด้านการทำอาหาร และก็มีเชฟหลายๆ คนเสริมทักษะด้านการตกแต่งอาหาร สามารถเป็นได้ทั้งเชฟและฟู้ดสไตลิสท์ ในคนเดียวกันเลยทีเดียว

Screen Shot 2559-12-02 at 17.06.47.png(www.instagram.com/whatforbreakfast)

8 มีกล่องอุปกรณ์ทำอาหาร อุปกรณ์สไตลิ่ง เป็นอันจบ

การเป็นฟู้ดสไตลิสท์ ก็เหมือนหลายๆ อาชีพที่การเรียนรู้ไม่มีวันพอ วิชาการตกแต่งอาหารนั้นมีทริคให้เรียนรู้อยู่เสมอ นักตกแต่งอาหารเก่งๆ มากประสบการณ์ จะรู้จักการประยุกต์ทั้งวิธี และอุปกรณ์เพื่อทำให้ชิ้นงานออกมาแล้วตรงกับจินตนาการที่สุด กล่องเครื่องมือของฟู้ดสไตลิสท์นั้นต้องพร้อมเปิดให้มีไอเท็มต่างๆ เพิ่มขึ้นเสมอ เช่นเดียวกับภาชนะ พร็อพ อุปกรณ์ที่ช่วยตกแต่งให้เมนูสวยงาม ที่เครื่องใช้สำนักงาน อุปกรณ์ช่าง อุปกรณ์แต่งผม หรือสารเคมีบางอย่างก็อยู่คลังเครื่องมือของฟู้ดสไตลิสท์

 

Screen Shot 2559-12-02 at 17.12.44.png

(www.instagram.com/whatforbreakfast)

 

 

9 ฟู้ดสไตลิสท์ ผักรองจาน โรยผักชี พรมด้วยกระเทียมเจียว

 

หากจะพูดถึงศิลปะการตกแต่งอาหารก็ชวนให้นึกถึงตอนสัมภาษณ์อาจารย์วันดี ณ สงขลา อาจารย์แม่บอกว่า มันอยู่ในขนบธรรมเนียม ในวัฒนธรรมเรามานานแล้ว ตั้งแต่การเลือกใช้ภาชนะ การแกะสลัก การพับ กลัด ห่อ เราประณีตในการกิน การตกแต่งกันมานาน จนเวลาผ่านไปวันนี้ อาชีพที่ดูแลความงาม ความประณีตเกิดขึ้น มีหลักวิชาที่สอนในสถาบันการศึกษา การตกแต่งอาหารมีนิยม มีทฤษฏีที่สามารถรอยเรียง อรรถาธิบายได้ว่า ทำไมควรเลือกจานรูปทรงนั้น ทำไมเลือกให้อาหารและองค์ประกอบมีสีสันในโทนเดียวกัน เป็นความเข้าใจผิดอย่างมากที่คิดว่า การตกแต่งอาหารแบบฟู้ดสไตลิสท์แค่เพียงวางพริกลงบนตัวปลา วางใบสะระแหร่บนลาบ

 

แน่นอนว่างานฟู้ดสไตลิสท์คือการเลือกว่าผักอะไรจะอยู่ตรงไหน ผักชีจะอยู่ตรงไหน กระเทียมเจียวต้องมีปริมาณเท่าไหร่ และงานอื่นๆ อีกมากมายที่มีจุดประสงค์สำคัญก็คือ ทำให้อาหารนั้นดูน่ารับประทาน สื่อสารเรื่องราว เพิ่มมูลค่าของอาหารจานนั้นให้ดูเลอค่า โดยความละเอียดอ่อนของงานของเหล่าฟู้ดสไตลิสท์ก็คือ การวางแผน ร่างแบบ ค้นคว้า ทดลอง ประสานงานกับทีม และลงมือทำ อาหารหนึ่งจานสวยๆ ที่เราเห็น อาจใช้เวลาเป็นวัน ใช้แรงสมองแรงคนมากมาย กว่าจะได้มาซึ่งคำว่า “ น่ารับประทาน”

screen-shot-2559-12-02-at-10-09-05

(https://www.instagram.com/whatforbreakfast)

 

  1. ฟู้ดสไตลิสท์ คือคำตอบสุดท้ายของการรังสรรค์อาหารให้น่ารับประทาน

 

คำตอบสุดท้ายจริงๆ ก็คือ ผู้บริโภค ลูกค้า ผู้อ่าน ผู้ชม ซึ่งหากย้อนอ่านขึ้นไป ผมได้บอกไปแล้วว่า การตกแต่งอาหาร ไม่ได้มีอะไรที่บอกว่าถูกต้อง อะไรที่ผิดหลักการ มีแต่เพียงความรู้สึก และหลักการทางศิลปะที่นำมาพิจารณาถึงความงาม เช่นองค์ประกอบการใช้สีแล้วโดดเด่น คุมโทนดีหรือไม่ การเลือกใช้ลวดลายเข้ากับเส้นสายของอาหารหรือไม่ หรือการเลือกใช้พร็อพแต่ละอย่างเพื่อตกแต่งเข้ากับบริบทหรือไม่

 

screen-shot-2559-12-02-at-10-21-39

(www.lindalomelino.se)

ความสวยงามของอาหาร ผลงานของฟู้ดสไตลิสท์ ก็เหมือนกับอาหารหนึ่งจาน ที่เสิร์ฟให้คนที่เกิดมาจากพื้นฐานและรสนิยมต่างกัน บ้างอาจชอบอาหารแบบพื้นบ้าน บ้างชอบอาหารหรูหราราคาแพง บางคนรู้สึกว่าตกแต่งอาหารแบบโฮมเมดคือความสมบูรณ์แล้ว บางคนชอบอาหารที่สวยงามด้วยองค์ประกอบศิลปะ มีความคิดสร้างสรรค์

 

เรื่องแบบนี้มันละเอียดอ่อนเหมือนจะบอกว่าใครสวยกว่าใคร ดอกไม้ในสวยกว่ากัน แต่สำหรับคนที่รักในภาพอาหาร รักในงานศิลปะบนจานอาหาร จะพิจารณาแบบถ้วนถี่ถึงทุกๆ องค์ประกอบ ภาชนะ สีสัน การจัดวาง การเลือกสื่อสารด้วยมุมกล้อง และพร็อพ สิ่งเหล่านี้เรารู้ดีว่า ไม่มีความบังเอิญ แม้กระทั่งเม็ดพริกไทยที่เรียงรายอยู่ข้าง หรือการบั้งปลา จับจีบผ้า ห่อใบตอง

เราดูเพินๆ เรารู้สึกต่อสิ่งนั้นว่าสวย น่ากิน น้ำลายแตกฟอง ดูแลสดชื่นจัง แต่ลึกๆ ลงไปมีสิ่งที่อธิบายอยู่ด้วยเหตุและผล ด้วยองค์ประกอบศิลปะ ด้วยจังหวะจะโคน ด้วยการเลือกสรรวัตถุดิบ

 

จะว่าไปเราเลือกรักใครสักคนหนึ่ง เราบอกว่ามันไม่มีเหตุผล

แต่ลึกๆ เราก็บอกตัวเองได้ว่าที่เราเลือกก็เพราะเขาใจดี เขาสวย เขาน่ารัก ดูลักยิ้มตรงนั้นสิ ดูรอยยิ้มแบบนั้นสิ ดูตากลมโตที่มองสิ

 

ความสวยในอาหารก็เช่นกัน ภายใต้คำว่าสวย วิจิตร ชิค คูล มันมีสิ่งที่อธิบายอยู่

ความรักไม่ใช่สิ่งบังเอิญหรอก ความสวยก็เช่นกัน

 

screen-shot-2559-12-02-at-10-11-07

(https://www.instagram.com/whatforbreakfast)

 

 

ผมเอง แบงค์ หนวดหวาน พัชรพล ประดับสุข

บรรณาธิการคนสุดท้ายของนิตยสารฟู้ดสไตลิสท์ (2555-2559)

เป็นอาจารย์พิเศษโรงเรียนจิตรลดาสายอาชีพ วิชาการตกแต่งอาหารและการคิดสร้างสรรค์ (2555 – ปัจจุบัน)

นักบรรยายเรื่องการตกแต่งอาหาร

นักเขียน นักทำอาหารวันหยุด